ข่าวสารนักลงทุน

โบรกฯ แนะจับตาสหรัฐฯส่อแบนสินค้าประมงไทย หวั่นกระทบ CFRESH-ASIAN-TU

01.11.2021

โบรกฯ จับตา CFRESH-ASIAN-TU เสี่ยงได้รับผลกระทบ หลังไทยอาจถูกสหรัฐแบนนำเข้าสินค้าประมง หลังส่งสัญญาณเตือนไทยหากยังใช้วิธีทำประมงแบบ อวนลาก อวนล้อม อวนลอย ผิดกฎหมายการคุ้มครองสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกค้าด้วยนม MMPA

  บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซียไซรัส ระบุว่า มีข่าวว่าสหรัฐส่งสัญญาณเตือนว่าไทยอาจถูกแบนส่งออกสินค้าประมง ตามกฎหมาย MMPA โดยยังไม่สรุป

  ย้อนกลับไปปี 2017 สหรัฐออกกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสินค้าสัตว์เพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนม MMPA (Marine Mammal Protection Act)โดยให้ความสำคัญกับการทำประมงของคู่ค้าที่ส่งสัตวน้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหรัฐ ว่าทำให้สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมเช่น โลมา วาฬ พะยูน ได้รับบาดเจ็บหรือตาย ทำให้คู่ค้ามีความเสี่ยงอาจถูกแบนห้ามนำเข้าสินค้าประมง

  โดยมีระยะเวลาผ่อนผัน 5 ปีสำหรับกฎหมาย MMPA เพื่อให้ประเทศคู่ค้าเตรียมความพร้อม ระหว่างนี้คู่ค้าจะทำการจัดส่งข้อมูลต่างๆเพื่อรายงานสหรัฐ รวมถึงประเทศไทยด้วย

  ไทยได้ส่งข้อมูลให้สหรัฐมาแล้ว 4 ครั้ง ส่งให้ทุกปี รอบล่าสุดคือภายใน 30 พ.ย. 2021 ทั้งนี้สหรัฐได้ส่งสัญญาณเตือนว่าไทยยังมีการใช้วิธี อวนลาก อวนล้อม อวนลอย เป็นต้น จึงต้องมีการชี้แจงต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีผลสรุปจากสหรัฐ แต่เป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ถือเป็นความเสี่ยงต่อกลุ่มสินค้าประมง

  ไทยมีมูลค่าส่งออกสินค้าประมงและอาหารทะเลปีละ US$5.6 พันล้าน ราว 2.3% ของส่งออกทั้งหมด และส่งออกไปสหรัฐ US$1.2 พันล้าน ราว 0.5% ของส่งออกทั้งหมด

  การส่งออกสินค้าประมงของไทยเป็นกุ้งมากสุด 53% ปลา 28% ปลาหมึก 17% และอื่นๆ 3% ดังนั้นทำให้กุ้งมีความสุ่มเสี่ยงมากสุด แต่กุ้งบ้านเราส่วนใหญ่เป็นกุ้งขาว 76% และเป็นกุ้งเลี้ยง ถ้าหาก Worst Case ถูกแบนทางอ้อมผ่านต้นกำเนิด (พันธุ์กุ้ง) เพราะมาจากทะเล หรืออาหารกุ้งที่มาจากปลาป่น จะกระทบต่อผลการดำเนิน CFRESH มากสุด เพราะขายไปสหรัฐ 20-25% รองมาคือ ASIAN (from FSSIA) 5% และTU กระทบจำกัดน้อยกว่า 2-3%

  สำหรับทูน่าไม่กระทบ เพราะไทยไม่ได้ทำประมงทูน่า แต่เข้ามาและแปรรูปเพื่อส่งออก