ข่าวสารนักลงทุน

ASIAN กางแผนดันเอเชี่ยน อะไลอันซ์ฯ (AAI) เข้าตลาดหุ้น Q4/65

15.10.2021

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 ต.ค. 64 11:57 น.

  ASIAN กางแผน 'เอเชี่ยน อะไลอันซ์ฯ (AAI)' ปักธง Spin-Off ดัน AAI ขายหุ้น IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน Q4/65 รองรับอุตสาหกรรมขยายตัว โดย ASIAN คงถือหุ้นใหญ่สัดส่วนไม่ต่ำกว่า 70%

 

  นายเอกกมล ประสพผลสุจริต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินบริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (AAI) บริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจแปรรูปปลาทูน่าสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและอาหารสัตวเลี้ยง รวมถึงการจำหน่ายและส่งออก เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

 

  ทั้งนี้ คาดว่า AAI จะสามารถยื่นไฟลิ่งได้ในช่วงไตรมาส 2/65 และคาดจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในไตรมาส 4/65 เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ที่มีการเติบโตอย่างชัดเจน และสนับสนุนการเติบโตได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่ประโยชน์จากต้นทุนการเงินในระยะยาวจะต่ำลงได้

 

  สำหรับ การนำ AAI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นการ Unlock Value สะท้อนมูลค่าที่ควรจะเป็นในบริษัทลูก โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจุบัน เป็นผู้ผลิตและส่งออกไปยังฐานลูกค้าซึ่งถือเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดโลก ได้แก่ อเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น รวมทั้ง ติด Top10 ตลาดผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย

 

  อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้ยังคงขยายตัวต่อไปอย่างแข็งแกร่งในอนาคต จึงเดินตามแผน Spin-Off เพื่อรองรับการเติบโต และรักษาการเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด พร้อมทั้ง จัดทัพการขยายการผลิตด้วยอินโนเวชั่น วางแผนระยะสั้น ยังส่งออกไปยังตลาดหลักที่มีการเติบโตดีอยู่แล้ว และเตรียมจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเอง เจาะตลาดไทย และจีนเพิ่มเติม

 

  ส่วนผลประกอบการของ AAI ในปี 63 มีรายได้จากการขายและบริการ 4,512 ล้านบาท กำไรสุทธิ 555 ล้านบาท และงวดครึ่งปีแรก 64 มีรายได้จากการขายและบริการ 2,415 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 308 ล้านบาท ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1,700,000,000 บาท

 

  โดยสัดส่วนหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ AAI และขายหุ้นสามัญเดิมใน AAI ที่บริษัทฯ ถืออยู่บางส่วนที่จะเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) รวมกันไม่เกิน 30% ของทุนชำระแล้วทั้งหมดของ AAI ภายหลังการเสนอขาย IPO ดังนี้ การออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ AAI ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เป็นสัดส่วนไม่น้อยกว่า 20% ของทุนชำระแล้วทั้งหมดของ AAI ภายหลังการเสนอขาย IPO และการเสนอขายหุ้นสามัญเดิมใน AAI ที่บริษัทฯ ถืออยู่บางส่วนไปพร้อมกับการออกและเสนอขาย IPO ของ AAI เป็นสัดส่วนไม่เกินกว่า 10% ของทุนชำระแล้วทั้งหมดของ AAI ภายหลังการเสนอขาย IPO

 

  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ที่อาจเกิดขึ้นจากแผน Spin-Off จึงให้เสนอขายหุ้นสามัญที่จะออกและเสนอขาย IPO ต่อประชาชนทั่วไปเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ให้มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทฯ (Pre-emptive Rights) ในสัดส่วนไม่เกิน 20% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายต่อ IPO โดยหากมีหุ้นสามัญที่เหลือจากการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเฉพาะกลุ่มซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทฯ (Pre-emptive Rights) ให้ AAI เสนอขายหุ้นที่เหลือต่อประชาชนทั่วไป

 

  อย่างไรก็ตาม การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปดังกล่าวจะส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ใน AAI ลดลงจากเดิม 100% ของทุนชำระแล้ว (ก่อนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป) เป็นไม่ต่ำกว่า 70% ของทุนชำระแล้ว (ภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป) โดย AAI จะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เช่นเดิมต่อไป

 

  สำหรับผลประโยชน์ต่อ ASIAN จะช่วยลดภาระ ในการสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ธุรกิจแปรรูปปลาทูน่าสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและอาหารสัตวเลี้ยง ของบริษัทฯ ในระยะยาว เนื่องจาก AAI จะสามารถระดมทุนได้เองผ่านช่องทางของตลาดทุน รวมทั้ง เป็นการลดต้นทุนทางการเงินของ AAI จากการมีแหล่งทางเลือกในการระดมทุนที่หลากหลาย ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงกว่าปัจจุบันได้ ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ในภาพรวม

 

  นอกจากนี้ บริษัทฯ จะมีการแยกโครงสร้างธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารจัดการ การกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ในการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และคล่องตัวมากขึ้น โดยภายหลังการเข้าจดทะเบียนของ AAI มูลค่าของหุ้นของ AAI จะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงและมูลค่าเพิ่มของธุรกิจแปรรูปปลาทูน่าสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและอาหารสัตวเลี้ยง รวมทั้ง บริษัทฯ ได้รับเงินทุนจากการขายหุ้นสามัญเดิมใน AAI ที่บริษัทฯ ถืออยู่บางส่วน

 

 

 

ลักษณะธุรกิจของ ASIAN

ดำเนินธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำแช่เยือกแข็ง จำหน่ายและส่งออก ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท และผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้